โทรสอบถามข้อมูลทุกวัน เวลา : 09.00 – 17.00 น.

ตรวจการได้ยิน

การตรวจการได้ยิน (Audiography)

        เป็นการตรวจการได้ยินเสียง ณ ความถี่ต่างๆ ตั้งแต่ระดับความถี่เสียงสนทนา จนถึง เสียงเครื่องจักร ซึ่งเป็นความถี่ที่ไม่ได้ยินกันในชีวิตประจำวัน เป็นการตรวจการทำงานของหูและระบบโสตประสาท เพื่อประเมินระดับการได้ยินอย่างละเอียด ถือเป็นการตรวจคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังภาวะสูญเสียการได้ยิน โดยการตรวจจะนำ ข้อมูลไปสร้างเป็นกราฟ เรียกว่า ออดิโอแกรม (audiogram) โดยผู้ที่มีการได้ยิน “ปกติ” จะมีระดับการได้ยินเสียงอยู่ระหว่าง -10 ถึง 25 เดซิเบล หากมากกว่า 25 เดซิเบล ถือว่ามีความผิดปกติของการได้ยิน

สังเกตเบื้องต้นว่ามีการได้ยินที่ผิดปกติ
  1. หากบุคคลนั้นเรียกแล้วไม่ได้ยิน ฟังคำพูดไม่ชัดเจนต้องถามซ้ำ
  2. ความถี่เกี่ยวกับหู เช่น หูอื้อบ่อย มีเสียงรบกวนในหูบ่อย เป็นต้น
  3. บาดเจ็บบริเวณหูและศีรษะ ร่วมกับมีการสูญเสียการได้ยิน
  4. ตรวจก่อน/หลังการผ่าตัด หรือการใช้ยากลุ่มที่อาจทำลายประสาทหู
  5. ได้รับการกระทบกระเทือนจากเสียงดัง หรือทำงานในที่ที่มีเสียงดัง
  6. มีประวัติหูตึง หูหนวกในครอบครัว สาเหตุจากกรรมพันธุ์
  7. เด็กที่พูดช้า พูดผิดปกติ ไม่ตอบสนองต่อเสียง หรือมีปัญหาการเรียนรู้

บริการตรวจการได้ยิน (Audiometry Service)

       ศูนย์การได้ยินเดียร์ให้บริการตรวจการได้ยินอย่างแม่นยำ 

  1. ห้องตรวจการได้ยิน
    เนื่องจากการตรวจการได้ยินคือการตรวจหาระดับความดังของเสียงที่เบาที่สุดที่คนคนนั้นจะสามารถได้ยิน  ( Hearing threshold ) การตรวจควรกระทำในห้องเงียบ สำหรับสถานที่ตั้งของห้องตรวจการได้ยิน  ท่านควรให้ห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงรบกวนต่างๆ เช่น ท่อน้ำทิ้งของอาคาร  ลิฟท์ ทางเดินร่วมของอาคาร  
  1. เครื่องตรวจการได้ยิน
    เครื่องตรวจการได้ยินต้องมีคุณภาพสูงได้มาตรฐานควรหลีกเลี่ยงเครื่องมือที่มีปุ่มหมุนหรือมีสวิทซ์ต่างๆ  ที่ก่อให้เกิดเสียงดังเวลาใช้งาน เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยเดาการตรวจจากเสียงรบกวนเหล่านี้ได้ ทำให้ผลการตรวจเชื่อถือไม่ได้  
  1. ผู้ตรวจการได้ยิน
    ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ตรวจการได้ยิน 2 ระดับ คือ นักโสตสัมผัสวิทยา ( Audiologist )  และพนักงานวิทยาศาสตร์ตรวจการได้ยิน     

การตรวจการได้ยินแบ่งออกเป็น  2  ประเภทใหญ่ๆ  ได้แก่ การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียงและการตรวจการได้ยินด้วยเครื่องตรวจไฟฟ้า  ( Audiometer ) 

การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง
       จุดมุ่งหมายของการตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง   เพื่อแยกชนิดของความผิดปกติทางการได้ยินว่าเป็น Conductive hearing loss  หรือ  Sensorineural hearing loss  ตามปกติการตรวจวิธีนี้แพทย์จะใช้ส้อมเสียงความถี่ 512 Hz  แต่นักตรวจการได้ยินอาจทดสอบได้โดยใช้เครื่อง Audiometer โดยตั้งเครื่องมือให้เสียงออกทาง  Bone vibrator  ความถี่ 500 Hz และความดัง 35 dB  ก็สามารถนำไปทดสอบแทนส้อมเสียงได้  สำหรับวิธีการตรวจที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะพูดถึงการตรวจที่นิยมใช้ 2 วิธี คือ  Weber test  และ  Rinne test

ควรตรวจการได้ยินบ่อยแค่ไหน

        สำหรับผู้สูงอายุนั้น โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจการได้ยินพื้นฐาน และได้รับการตรวจซ้ำ ทุก ๆ 2 – 3 ปี แต่สำหรับผู้ที่ทำงานท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดัง แม้จะอายุน้อยกว่า 60 ปี แต่หากคุณได้รับ เสียงที่ดังกว่า 85 เดซิเบลเป็นประจำ ขอแนะนำให้เข้ารับการตรวจการได้ยิน ทุก ๆ 2 – 3 ปี อ่านต่อ…

 

นัดแก้ไขการได้ยิน(Audiologist) ดร.มุกดา พัฒนะเอนก

ประจำสำนักงานใหญ่ สาขาชลบุรี
วันจันทร์ – วันศุกร์ 09.00 – 17.00

นัดแก้ไขการได้ยิน (Audiologist)
คุณ นภัสวรรณ ลีรัตนขจร

ประจำสาขาถนนสุโขทัย
วันจันทร์ – วันศุกร์ 09.00 – 17.00

นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist)
คุณศิรวัฒน์ ศรีจันทร์

ประจำสาขาชลบุรี
วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ 17.00 – 19.00
วันเสาร์ 10.00 – 15.00

นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist)
คุณโสมวรรณ อรุณ

ประจำสาขาชลบุรี
วันอังคาร, พฤหัสบดี 09.00 – 17.00

นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist)
คุณพรพรรณ อัจฉริยะเสถียร

ประจำสาขาภูเก็ต
วันเสาร์ 09.00 – 17.00

นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist)
คุณโสรยา สระศรี

ประจำสาขาหัวหิน
วันเสาร์ 09.00 – 17.00

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ADD LINE
close-link
ADD LINE