โทรสอบถามข้อมูลทุกวัน เวลา : 09.00 – 17.00 น.

สินค้าและบริการ

สินค้า (Products)

บริการ (services)

เครื่องช่วยฟังคืออะไร ?

       เครื่องช่วยฟัง คือ เครื่องขยายเสียงที่ถูกย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลงเพื่อสะดวกแก่การพกพา เครื่องช่วยฟังทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงให้ดังขึ้น เพื่อช่วยให้คนหูพิการหรือหูตึงสามารถได้ยินเสียง

ส่วนประกอบของเครื่องช่วยฟัง

       เครื่องช่วยฟังมีส่วนประกอบใหญ่ๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง และหูฟัง นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่เครื่องขยายเสียง คือ แบตเตอรี่

ไมโครโฟน ของเครื่องช่วยฟังมีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ไมโครโฟนที่นิยมใช้ได้แก่ electret microphone เป็นไมโครโฟนขนาดเล็กหลายอันต่อรวมกัน preamplifier ในตัว และมีช่วงความถี่ของการรับเสียงกว้าง

เครื่องขยายเสียง มีหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้าจากไมโครโฟนให้แรงขึ้นแล้วส่งไปยังหูฟัง เครื่องขยายเสียงทำงานโดยได้รับพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่หูฟัง หูฟังมีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าที่ได้รับการขยายแล้วให้กลับเป็นสัญญาณเสียงอีกครั้ง นอกจากนี้ในส่วนของสัญญาณเข้าที่นอกเหนือไปจากไมโครโฟนแล้ว ยังมี telecoil และ audio input

Telecoid คือ ขดลวดไฟฟ้าพันรอบแกนโลหะ ทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงที่ส่งมาในรูปของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแล้วไปเหนี่ยวนำขดลวดทำให้เกิดสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ ส่งต่อไปยังภาคขยายเสียง เช่น การรับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์หรือจาก Induction loop system ที่มีใช้ในโรงเรียนโสตศึกษา

Audio input คือ ช่องสำหรับรับสัญญาณเสียงจากภายนอกเข้าสู่เครื่องช่วยฟังโดยตรงด้วยสายเสียบ เช่น รับสัญญาณจากเครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรศัพท์ เครื่องเล่นเทป และรวมถึงการต่อเครื่องช่วยฟังเป็นระบบ CROS

ชนิดของเครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟังแต่ละแบบมีรูปร่างต่างกัน แต่มีส่วนประกอบพื้นฐานและวิธีการทดสอบเหมือนกัน
       1. Body hearing aids เป็นเครื่องช่วยฟังที่มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดโตกว่าเครื่องช่วยฟังชนิดอื่น ภายในกล่องมีส่วนของไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงรวมอยู่ด้วยกัน โดยมีสายต่อ ( Cord ) ไปยังหูฟัง ( receiver ) ตัวกล่องเครื่องช่วยฟังใช้เหน็บติดกระเป๋าเสื้อ เครื่องช่วยฟังชนิดนี้มีกำลังขยายสูงจึงเหมาะสำหรับเด็กและคนชรา แต่อย่างไรก็ตามเครื่องช่วยฟังแบบกล่องก็มีข้อเสีย เช่นกัน คือ ไมโครโฟนไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรับเสียงตามธรรมชาติ
       2. Behind the ear hearing aids ( BTE ) เป็นเครื่องช่วยฟังแบบคล้องหลังใบหู ตัว เครื่องมีขนาดเล็กกว่าแบบกล่อง ภายในเครื่องช่วยฟังมีส่วนประกอบของไมโครโฟน เครื่องขยายเสียงและลำโพงรวมอยู่ด้วยกัน ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก จากปลายท่อโค้ง ( ear hook ) ของเครื่องช่วยฟัง มีท่อพลาสติกต่ออยู่ทำหน้าที่นำเสียงเข้าสู่ช่องหูโดยผ่านทางพิมพ์หู ( ear mold) ข้อดีของเครื่องช่วยฟังแบบนี้คือตำแหน่งการรับเสียงใกล้เคียงธรรมชาติเพราะมีไมโครโฟนอยู่เหนือใบหู
       3. Eyeglass hearing aids เป็นเครื่องช่วยฟังแบบแว่นตา ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียงและลำโพงฝังอยู่ในขาแว่นตา จากลำโพงจะมีท่อพลาสติกนำเสียงเข้าสู่หูผ่านทางพิมพ์หู เครื่องช่วยฟังแบบนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสายตาร่วมด้วยและจำเป็นต้องใช้แว่นตาเป็นประจำ นอกจากนี้ยังใช้กับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยฟังในระบบ CROS ได้อีกด้วย
       4. In the ear hearing aids ( ITE ) เป็นเครื่องช่วยฟังขนาดเล็กที่มีส่วนของไมโครโฟนเครื่องขยายเสียงและลำโพงรวมอยู่ในส่วนเดียวกัน ตัวเครื่องจะสอดอยู่ในอุ้งหู ( concha ) ถือว่าเป็นเครื่องช่วยฟังที่มีตำแหน่งการรับเสียงเป็นธรรมชาติมาก
       5. In the canal hearing aids ( ITC ) เป็นเครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กกว่า ITE มีส่วนประกอบพื้นฐานทั้งสามส่วนรวมอยู่ด้วยกัน และตัวเครื่องสอดอยู่ในช่องหูที่ส่วนต้น
       6. Completely in the canal hearing aids ( CIC ) เป็นเครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กที่สุดตัวเครื่องจะสอดลึกเข้าไปในช่องหู

       นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยฟังแบบพิเศษอื่นๆ อีกหลายแบบ เช่น
เครื่องช่วยฟังระบบ CROS ( Contralateral Routing of Signal )
       เป็นเครื่องช่วยฟังที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีการได้ยินดีหนึ่งข้าง ส่วนหูอีกข้างใช้เครื่องช่วยฟังไม่ได้ เทคนิคของระบบ CROS คือ นำไมโครโฟนไปรับเสียงจากหูข้างที่เสีย แล้วนำเสียงมาขยายและ
ส่งออกลำโพงเข้าสู่หูข้างที่ดี เครื่องช่วยฟังระบบนี้อาจเป็นแบบ BTE, Eyeglass หรือ ITE ก็ได้ อีกรูปแบบหนึ่งของระบบ CROS ได้แก่ BICROS ใช้กับผู้ป่วยที่หูข้างดีมีปัญหาด้านการได้ยิน
จึงต้องได้รับการขยายเสียงในหูข้างดีด้วย
เครื่องช่วยฟังแบบนำเสียงทางกระดูก ( Bone conduction hearing aids )
       ใช้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาการได้ยินแบบ Conductive hearing loss มีของเหลวหรือหนองไหลออกทางหูตลอดเวลาหรือไม่มีช่องหู เครื่องช่วยฟังที่ใช้การนำเสียงเข้าสู่หูทางกระดูกมี 2 แบบได้แก่ Body aids และ Eyeglass aids
Cochlear Implant
       มีลักษณะต่างจากเครื่องช่วยฟังทั่วๆ ไป จะใช้กับผู้ป่วย Profound hearing loss ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟังแบบธรรมดา ( Conventional hearing aids ) แพทย์จะผ่าตัดฝัง
electrode ไว้ใน cochlea เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทหู ( auditory nerve ) โดยตรง ทำให้ได้ยินเสียง ( awareness of sound )

การทำแบบพิมพ์หู ( Ear impression )

อุปกรณ์ ประกอบด้วย
       1. ฟองน้ำหรือโฟมสำหรับใส่ในช่องหู ( Foam stop )
       2. ซิลิโคน ( Silicone ) พร้อมช้อนตัก
       3. น้ำยาทำให้แข็ง ( Silicone hardener paste )
       4. หลอดฉีด

ขั้นตอนการทำพิมพ์หู
       1. หูข้างที่จะทำพิมพ์หูต้องสะอาดไม่มีสิ่งแปลกปลอมในช่องหู ฉะนั้นก่อนทำพิมพ์หูต้อง
ตรวจสอบหูว่า มีการอักเสบ มีน้ำ มีหนองหรือมีขี้หูอุดตันหรือไม่ ถ้าพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้ควรส่งพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อทำความสะอาดช่องหูให้ก่อน
       2. ใส่ฟองน้ำหรือโฟมเข้าไปในช่องหู ลึกประมาณ 1.5 เซ็นติเมตรหรือประมาณโค้งที่สอง
พยายามปรับหน้าฟองน้ำหรือโฟมให้ตั้งตรง
       3. ผสมซิลิโคนกับน้ำยาทำให้แข็ง โดยตักซิลิโคนกะให้ขนาดพอดีกับหูผู้ป่วย บีบน้ำยาทำ
ให้แข็งจากหลอดยาวประมาณ 1.5 เซ็นติเมตรลงบนซิลิโคนถ้าผู้ป่วยหูใหญ่อาจต้องเพิ่มซิลิโคนตามส่วน หลังจากนั้นผสมคลุกเคล้าด้วยการบีบนวดให้เข้ากัน
       4. นำซิลิโคนที่ผสมเรียบร้อยแล้วใส่หลอดฉีด
       5. ฉีดซิลิโคนเข้าไปในช่องหู concha และ helix ให้เต็ม
       6. รอให้ซิลิโคนแข็งตัว ใช้เวลาประมาณ 10 -15 นาที
       7. ถอดแบบพิมพ์หูออกจากหู หลังจากนั้นให้ตรวจสอบดูความเรียบร้อย

แบบพิมพ์หูไม่ดีหรือไม่เรียบร้อยมีลักษณะดังนี้
       1. Canal สั้นเกินไป เพราะใส่ฟองน้ำไม่ลึกพอ
       2. Canal ไม่เต็มรูป เพราะไม่ได้ใส่ฟองน้ำในช่องหู
       3. ซิลิโคนไม่เต็มในส่วนของ helix
       4. แบบพิมพ์หูไม่คงรูป เพราะระยะเวลาปล่อยให้แข็งตัวไม่เพียงพอ หรือส่วนผสมของน้ำยาทำให้แข็งตัวน้อยเกินไป
       5. มีรอยแตกหรือย่นที่ผิวของแบบพิมพ์หู แสดงว่าส่วนผสมของน้ำยาทำให้แข็งมากเกินไปทำให้ซิลิโคนแข็งตัวเร็วเกินไป

การส่งแบบพิมพ์หู
       1. ควรบรรจุในกล่องที่แข็งแรงพอ เพื่อป้องกันแรงกดทับบนพิมพ์หูเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียรูปทรงได้
       2. กรอกข้อความให้ละเอียดในใบสั่งทำ
       3. ควรแนบผลตรวจการได้ยินไปด้วย เพื่อประโยชน์ในการออกแบบเอียร์โมลด์ให้เหมาสมกับลักษณะความผิดปกติของการได้ยิน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ADD LINE
close-link
ADD LINE