8 วิธีสร้างสุขให้คนหูตึง

แนวปฎิบัติตัวของผู้ที่มีภาวะหูตึง เพื่อสายสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัว

ภาวะหูตึง เป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงวัยหลังจากได้รับฟังเสียงมาเป็นเวลานาน และพบสภาวะต่างๆที่มีผลทำให้เกิดสภาวะประสาทหูเสื่อมเพิ่มมากขึ้น และหากมีอาการรุนแรงก็จะส่งผลกระทบทางด้านการฟัง การพูด และมีผลเสียต่อจิตใจทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เป็นผลเสียต่อครอบครัวและการดำรงชีวิตได้

อาการภาวะหูตึง

  1. การรับฟังมีปัญหา ฟังคนอื่นพูดไม่ค่อยได้ยิน
  2. พูดคุยโต้ตอบเสียงดังกว่าเดิม
  3. ไม่เข้าใจเสียงคำพูดทางโทรศัพท์
  4. เปิดเสียงเพลง วิทยุ หรือ โทรทัศน์ดังกว่าปกติ

*อาการที่เกิดขึ้นได้คือจะไม่ค่อยได้ยินเสียงแหลมๆ เช่น เสียงผู้หญิง หรือเสียงดนตรีคีย์สูงๆ หรือในสถานที่มีเสียงอื่นๆรบกวน ก็จะทำให้ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด

8 วิธีสร้างสุขของคนหูตึง

เพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติต่อผู้มีภาวะหูตึง ทำให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น ควรปฎิบัติต่อคนหูตึงดังนี้

  1. บอกกล่าวให้คนใกล้ชิดรับรู้ อธิบายให้เพื่อน หรือญาติ คนใกล้ชิดได้รับรู้ปัญหานี้ไว้ก่อน
  2. ลดเสียงรอบๆตัว เพื่อไม่ให้สับสนกับเสียงที่คุณพูดโดยการปิดเสียงรบกวน เช่น วิทยุหรือโทรทัศน์ ใช้ในสถานที่เงียบๆ ในการสนทนากัน
  3. อย่าตะโกน คนหูตึงมักพูดเสียงดังเกินความจำเป็นจนเป็นที่ผิดสังเกตของคนรอบข้าง ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้เสียงแหบและเป็นที่มาของโรคเกี่ยวกับกล่องเสียงได้
  4. อย่าพูดพึมพำ พยายามพูดให้ชัดถ้อยชัดคำ ใช้ภาษาพูดง่ายๆ ไม่ใช้คำศัพท์ที่ฟังยาก
  5. พูดช้าๆ และสบตากับคู่สนทนาทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบความเข้าใจในการสื่อสารระหว่างคุณกับคู่สนทนาในขณะที่กำลังพูด
  6. เลือกยืนหรือนั่งพูดคุยในตำแหน่งที่ดี เพื่อให้คู่สนทนาเห็นปากของคุณได้อย่างชัดเจน
  7. ลองเปลี่ยนรูปประโยคใหม่ หากคู่สนทนายังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณจะพูดให้เปลี่ยนคำพูดให้สั้นลง และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  8. อย่าทำหน้าประกอบคำพูดจนเกินจริง เพราะอาจจะยิ่งทำให้คู่สนทนาสับสนได้

*สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกหลานปฎิบัติต่อผู้สูงวัยที่มีภาวะหูตึงได้อย่างเข้าใจ เช่น เวลาพูดกับคุณตาคุณยายต้องเข้ามาใกล้ๆท่าน และพูดช้าๆ และดังกว่าธรรมดา อย่าหงุดหงิด ควรพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และชัดเจน เพราะการพูดซ้ำๆดังๆ ด้วยความหงุดหงิดจะทำให้คุณตาคุณยายหรือผู้ฟังน้อยใจได้ เพราะคิดว่านั้นเป็นการตะโกนใส่