เสียงดังแค่ไหนถึงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ?

///เสียงดังแค่ไหนถึงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ?

กิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันนั้นมีระดับเสียงเบาดังแตกต่างกัน อย่างเสียงคุยกันปกติจะมีความดังประมาณ 60 เดซิเบล ซึ่งถือว่าไม่เป็นอันตราย แต่ระดับเสียงที่อาจเป็นอันตราย คือ ระดับเสียงที่มีความดังประมาณ 85 เดซิเบลขึ้นไป อย่างเสียงการจราจรบนท้องถนน ซึ่งหากได้ยินความดังระดับนี้เป็นเวลานานอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากได้ยินเสียงที่มีความดังระดับ 120 เดซิเบลขึ้นไป อย่างเสียงไซเรนของรถพยาบาลอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการได้ยินในทันที

เสียงดังเกินไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

เสียงที่ดังเกินไปไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญอย่างเดียว แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆของร่างกาย จนอาจทำให้สูญเสียการได้ยิน หรือเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงบางชนิดได้ โดยผลกระทบของเสียงดังที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพของเรา มีดังนี้

  • ผลกระทบต่อการได้ยิน

ในหูของคนเราจะมีเส้นขนจำนวนมากทำหน้าที่รับเสียงและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังสมอง ซึ่งเสียงที่ดังเกินไปจะทำให้เส้นขนเหล่านั้นได้รับความเสียหาย จึงทำให้มีปัญหาในการได้ยิน นอกจากนี้ การได้ยินเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานยังอาจทำให้เกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากการทำงาน หรือถึงขั้นทำให้หูหนวกได้

  • ผลกระทบต่อการนอน

เสียงที่ดังเกินไปจะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จึงรู้สึกไม่ผ่อนคลายจนอาจทำให้นอนไม่หลับและส่งผลให้ง่วงระหว่างวันได้ อีกทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงอีกหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ เป็นต้น

  • ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

เสียงที่ดังเกินไปนั้นส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งฮอร์โมนประเภทนี้จะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสชนิดต่าง ๆ มากขึ้น จนอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยได้

  • ผลกระทบต่อสมาธิและอารมณ์ความรู้สึก

การที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้สมาธิหรืออารมณ์ความรู้สึกได้ หากต้องนั่งทำงานในห้องที่มีเสียงดังตลอดเวลา คงใช้สมาธิได้ไม่เต็มที่และไม่มีความสุขเท่าใดนัก อีกทั้งเสียงดังยังทำให้ผู้ที่มีความเครียดหรือความกังวลใจอยู่แล้วมีอาการหนักไปกว่าเดิมได้ด้วย

  • ผลกระทบต่อสมอง

มีการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า เสียงที่ดังเกินไปจะทำให้ปลายประสาทที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าจากเซลล์รับเสียงภายในหูไปสู่สมองนั้นเกิดความเสียหาย จนอาจทำให้สมองเกิดการอักเสบ และการสูญเสียการได้ยินจากเสียงที่ดังเกินไปนั้นก็อาจนำไปสู่โรคสมองเสื่อมได้

  • ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

นอกจากเสียงดังจะมีผลกระทบต่อผู้ที่ได้ยินแล้ว ยังอาจส่งผลต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ได้อีกด้วยถึงแม้มารดาจะใส่เครื่องป้องกันเสียงแล้วก็ตาม ดังนั้น หากกำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงดังด้วย

เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

แม้จะยังไม่ได้ยืนยันแน่ชัด แต่ก็มีการวิจัยพบว่าเสียงรบกวนในระหว่างทำงานนั้นเกี่ยวข้องกับระดับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ด้วยเช่นกัน

วิธีป้องกันการเผชิญกับเสียงดังจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในขณะที่สังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษทางเสียงที่มีอยู่รอบตัว บนถนนก็มีเสียงแตรรถและเครื่องยนต์ ที่ทำงานก็อาจมีเสียงจากไมโครโฟนในห้องประชุม ตามห้างสรรพสินค้าก็ยังมีเสียงโฆษณาอีกมากมาย ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับเสียงที่ดังเกินไป และหาทางป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากเสียงดัง อาจทำได้ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง
  • ใส่เครื่องป้องกันเสียง อย่างที่อุดหู หรือที่ครอบหู
  • ลดระดับเสียงเพลง เสียงทีวี หรือเสียงจากเครื่องเล่นต่างๆลง
  • หยุดพักจากสถาณการณ์ที่มีเสียงดัง เช่น ออกมาจากห้องประชุมสักครู่หนึ่ง หรือพักจากการฟังสัมนา เป็นต้น
  • ปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนใช้ยารักษาใดๆเพราะยาบางชนิดอาจมีผลกระทบต่อการได้ยินได้
  • ตรวจวัดระดับการได้ยินที่โรงพยาบาลตามเหมาะสม

นอกจากนี้หากประกอบอาชีพที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเสียง หรือสถานที่ทำงานมีเสียงดังตลอดเวลา ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินการได้ยินเป็นระยะ รวมทั้งหากรู้สึกได้ยินเสียงไม่ชัดเจน หรือมีความผิดปกติต่าง ๆ เกิดขึ้นกับการได้ยิน ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก Pobpad

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน ศูนย์การได้ยินเดียร์ พร้อมให้คำปรึกษา

  • โทร. 02-668-1300
  • line@ : @dearhearing

    

2018-12-25T10:43:32+00:0025 ธันวาคม 2018|Knowledge blog, Knowledge Center|