เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง ทำงานโดยการใช้พัดลมดูดอากาศเข้าภายในตัวเครื่อง หลังจากนั้นก็ทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นโดยใช้ผงเหล็ก หรือขดลวดสำหรับทำหน้าที่กำจัดความชื้น อีกทั้งภายในตัวเครื่องจะมีสารดูดความชื้นอยู่อีกที แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่ที่สารดูดความชื้นนั้นจะต้องทำการเปลี่ยนเป็นประจำเมื่อถึงกำหนด และพัดลมที่เป็นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ก็จัดเป็นหนึ่งในข้อเสีย หากพัดลมขัดข้องระหว่างการทำงาน อาจส่งผลให้อุณหภูมิภายในตัวเครื่องสูงเกินไปได้ และเนื่องจากตัวเครื่องจำเป็นต้องติดตั้งพัดลมเข้าไป จึงทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ และใช้กำลังไฟในการทำงานค่อนข้างมาก

          นอกจากเครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟังแบบใช้พัดลมแล้ว ก็ยังมีเครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟังประเภทที่ทำงานโดยใช้หลักการไหลของอากาศในการระบายอากาศ ซึ่งวิธีนี้ อากาศจะไหลเข้าทางด้านใต้ของเครื่อง จากนั้นจะถูกทำให้อุณหภูมิอุ่นด้วยแผ่นอลูมิเนียม เมื่ออากาศอุ่นขึ้นแล้วจะทำให้ลอยขึ้นด้านบนไปยังที่เก็บเครื่องช่วยฟังเพื่อกำจัดความชื้น ซึ่งอุณหภูมิของอากาศจะอยู่ที่ราวๆ 40 องศาเซลเซียส จากนั้นก็ถูกระบายออกไปด้านนอกตัวเครื่องผ่านทางช่องระบายอากาศด้านบน ระบบนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายอากาศ รวมทั้งสารดูดความชื้นด้วย ส่งผลให้ขนาดของตัวเครื่องเล็กลง ใช้ไฟฟ้าน้อยลง ไม่มีอุปกรณ์เคลื่อนไหวภายในตัวเครื่อง และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสารดูดความชื้นบ่อยๆ

          สำหรับอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ “เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง” ก็ยังมีหลอด UV เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้เครื่องช่วยฟังของคุณปลอดเชื้อโรคอีกด้วย รวมทั้งแถบวัดสเตตัสไฟแบตเตอรี่ที่ด้านหน้าตัวเครื่อง ที่ช่วยให้ทราบได้ถึงปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือของเครื่องช่วยฟัง

วิธีการใช้เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง

การใช้เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง มีทั้งแบบที่ต้องถอดสายหูฟังกับแบตเตอรี่ออกจากตัวเครื่องออก และแบบที่ไม่ต้องถอดออก ขึ้นอยู่กับว่า อุปกรณ์ดูดความชื้นที่เลือกซื้อมานั้น มีคุณสมบัติแบบไหน

  • ถ้าเป็นแบบที่ไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ออก ส่วนใหญ่ก็แค่เพียงเปิดช่องใส่แบตเตอรี่ไว้เพราะว่าการทำงานของตัวเครื่องนั้นจะใช้ความร้อนประมาณ 40 องศาเซลเซียสในการกำจัดความชื้น จึงไม่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ต่างๆของเครื่องช่วยฟัง ข้อดีของเครื่องดูดความชื้นประเภทนี้คือ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะลืมที่เก็บแบตเตอรี่ หรือทำแบตเตอรี่หายบ่อยๆ
  • ในส่วนของเครื่องที่ต้องถอดแบตออก ก็ให้ปิดเครื่อง ถอดแบตเตอรี่ออกมาให้เรียบร้อย รวมทั้งสายหูฟัง แล้วนำตัวเครื่องเข้าไปเก็บไว้ใน “เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง” ตามเวลาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ ตู้เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง ก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ใช้งานได้สะดวกสบายสำหรับเครื่องช่วยฟังทุกประเภท และเน้นการกำจัดความชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลิ่นด้วย เช่น สามารถช่วยลดกลิ่นอับของตัวเครื่อง หูฟัง และพิมพ์หู เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานานๆ  ทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ไวรัสต่างๆ ที่มักจะเป็นสาเหตุของการระคายเคือง กับอาการคัน แสบ ภายในช่องหู

สรุปแล้ว เครื่องดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นมาก และควรต้องมีไว้ใช้ควบคู่กับเครื่องช่วยฟัง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาสภาพการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง ด้วยการไล่ความชื้น อีกทั้งยังช่วยทำให้สุขอนามัยของผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง มีคุณภาพที่ดีด้วย ในส่วนของแหล่งซื้อส่วนใหญ่ ทุกร้านที่ขายเครื่องช่วยฟัง รวมถึงร้านค้าออนไลน์ ก็มักจะมีตู้ดูดความชื้นหลายแบรนด์ หลายราคา ให้ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งทุกคนสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้ตามความต้องการ

ขอบคุณที่มาจาก >>> http://www.okhearing.net