กรมควบคุมโรค เตือนภัยประชาชน กินเนื้อหมูดิบเสี่ยงโรคไข้หูดับ
จากเชื้อโรคติดเชื้อสเตร็พโตค็อกคัสซูอิส ในปี 60 ป่วยแล้ว 111 เสียชีวิต 6 ราย

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค
เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หูดับ หรือ โรคติดเชื้อสเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 111 ราย เสียชีวิต 6 ราย พบมากสุดใน จ.พะเยา เชียงใหม่ ชัยภูมิ และพิจิตร ตามลำดับ โดยมักจะพบผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของปี ซึ่งเป็นช่วงงานบุญและเทศกาลต่างๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับใน จ.พะเยา จำนวน 4 ราย ผู้ป่วยทั้งหมดมีประวัติรับประทานลาบหมูดิบในงานสู่ขวัญ ซึ่งมีผู้รับประทานทั้งหมด 21 คน และขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้ว

โรคไข้หูดับ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า สเตร็บโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) เชื้อจะทำลายอวัยวะภายใน และระบบประสาท ทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจ อักเสบ ที่สำคัญคือทำให้ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบ และเสื่อมอย่างรุนแรง หูหนวกตลอดชีวิต และยังพบอาการเลือดออกใต้ผิวหนัง โดยจะป่วยหลังติดเชื้อประมาณ 3-5 วัน อาการที่พบบ่อย คือมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียนคอแข็ง หูดับ ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบ เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยมีอัตราเสียชีวิตได้ร้อยละ 5-20

ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไข้หูดับ
คือผู้ที่สัมผัสกับสุกรที่ติดโรคโดยตรง เช่น ผู้เลี้ยงสุกร ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อสุกร เป็นต้น กลุ่มที่เสี่ยงมีอาการป่วยรุนแรงถ้าติดเชื้อ
ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น

5 วิธีป้องกันไข้หูดับจากหมูดิบ
1.หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ หมูป่วยหรือตายจากโรค
2.หากผู้ปรุงมีแผลผิวหนังต้องปิดแผล และสวมถุงมือขณะปรุง
3.เลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดหรือโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำเนื้อยุบ
4.ควรทำให้สุกด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 70 องศาเซลเซียสนานอย่างน้อย 10 นาที
5.ผู้เลี้ยงหรือชำแหละหมูที่มีบาดแผล ต้องระวังการสัมผัสหมู หากมีการสัมผัสให้ล้างมือ ล้างเท้า ล้างตัวให้สะอาด

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค